....มาถึงกระท่อมน้อยริมน้ำของผม ชาติคนหนุ่มไฟแรงแห่งปรอผาโด้ ออกมารับผมด้วยหน้าตายิ้มแย้มเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ น้ำป่าเพิ่งกวาดฟักทองที่กำลังให้ผลผลิตไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากคุยเรื่องงานกันเรียบร้อย ผมก็บอกว่าพรุ่งนี้ขับรถไปดูเฟินในป่าดงดิบกันดีกว่า ชาติตอบตกลงทันที ก็ยังดีครับถึงแม้ว่าเวลาจะน้อยนิดไม่ได้ตลุยป่ากันอย่างจริงจัง แต่ระยะทาง ประมาณ 30 ก.ม. ขับรถบ้างเดินบ้าง ผมว่าคงจะเห็นอะไรกันไม่มากก็น้อย

....ตอนสายๆ ประมาณ 09.00 น. ของวันใหม่ ฟ้ายังฉ่ำฝน มีโปรยปรายมาเป็นระยะ ชาติจัดการเรื่องงานในสวนเสร็จ ก็ชวนจเร หนุ่มพม่ารูปร่างล่ำสันติดไปด้วย เราขับรถผ่าน 3 หมู่บ้าน สุดท้ายที่บ้านแม่กลองคี ก่อนขึ้นเขาสูงมุ่งหน้าไปสู่ป่าดงดิบ ช่วง 1 ก.ม. แรกจะเป็นดิบแล้ง ช่วงนี้เราจะพบพวกห่อข้าวย่าบา และเฟินชาไก่ เป็นระยะ พอขึ้นถึงยอดเขาเราก็ขับรถเข้าสู่หมู่เมฆ ละอองน้ำเข้าปะทะหน้าจนเปียกชื้น สภาพป่าเปลี่ยนเป็นป่าสนเขา เฟินที่พบส่วนใหญ่เป็นพวก Crypsinus cruciformis ตามกิ่งก้านและลำต้นมีพวกกล้วยไม้ป่า มอสและฝอยลมเกาะให้เห็นมากมาย ตามพื้นดินพบพวก Oleadra walichii ขึ้นเป็นกลุ่ม หลังจากผ่านป่าสนเขามาไม่ถึง 1 ก.ม. เริ่มเข้าสูงป่าดงดิบ สองข้างทางเริ่มร่มครึ้มพอเริ่มเห็นเฟินอ้ายหัวเป็ดต้นแรกที่สูงน้องๆ ต้นมะพร้าวเราก็รู้เลยว่าเข้าสู่เขตป่าดงดิบชื้นแล้ว ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นระยะ เสียงน้ำจากเหวข้างๆ ไหลดังกึกก้อง แต่มองไม่เห็นหรอกว่าหุบเขาสิ้นสุดที่ตรงไหน เพราะลึกลงไปมาก แล้วยังปกคลุมไปด้วยแมกไม้เขียวขจี เราขับรถช้า บางช่วงก็หยุดลงดูกัน ที่กินไม้กิ่งไม้แห้งมีเฟินหางหนูเกาะอยู่ บ้างต้นก็อยู่ที่หน้าผาหิน ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะไม่เห็นเพราะบรรยากาศค่อนข้างร่มครึ้ม ตามพื้นข้างๆ ก็มีพวกหัสดำ อ้ายหัวเป็ด ต้นเล็กขึ้นอยู่ทั่วไป พอเงยหน้าขึ้นไปก็พบที่มีขนาดใหญ่ขึ้น บางช่วงในหุบเขาที่มีน้ำขังก็มีเฟินกีบแรดขึ้นอยู่ริมหนองน้ำ ถ้าจะให้ผมไปดูใกล้ๆไม่ไปแน่เพราะดูบรรยากาศที่หนองน้ำแล้วดูลึกลับ วังเวงอย่างไงชอบกล แล้วหนองน้ำแห่งนี้ผมก็เห็นน้ำขังอยู่ทั้งปีทั้งชาติ คงจะต้องมีอะไรอาศัยอยู่บ้าง ไอ้จรเข้คงไม่มีหรอก แต่เรื่องงูน่ะผมไม่ไว้ใจเลยจริงๆ เคยวิ่งหนีกันมาหลายครั้ง กับชาติก็เคยหนีกันมาเมื่อไม่นานมานี่เอง บริเวณนี้พบพวก sphaerostephnos polycarpus (Bl.) Copel ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ บางต้นก็มีเหง้าสูงเกือบ 30 ซ.ม. ก้านใบยาวเกือบ 1 เมตร บางช่วงก็พบกูดทองขึ้นปะปนกับพวกพืชตระกูลข่าอยู่เป็นดง พวกกนกนารีหลายชนิดขึ้นอยู่ตามพื้น บางที่ก็พบเห็นขึ้นที่เฟินหัสดำเหมือนกัน ก่อนหน้าที่ผมจะมาดูเฟินกันมีพายุเข้าในเขตนี้ทำให้มีต้นไม้ใหญ่ล้มอยู่ข้างทางหลายต้น แต่ละต้นมีกล้วยไม้และเฟินให้เห็นอย่างมากมายไม่ต้องลำบากคอตั้งบ่าคอยเล็งบนต้นไม้ ดูกับแบบสบาย แต่ก็ต้องระวังทากดูดเลือดด้วยเหมือนกัน เพราะที่นี่เป็นป่าดิบชื้น เฟินที่เห็นตามต้นไม้ยืนต้น และต้นไม้ล้มก็มีพวก Crypsinus rhynchophyllus, Pyrrosia penangiana (Hook) Holt., Pyrrosia floccigera, Pyrrosia nummularifolia (Sw.) ching, ลิ้นกุรัม, Lepisorus suolopendrium, Asplenium aethiopicum บางทีก็พบพวก Polypodium ptilorhizon ใบยาวมากๆ กับ Pyrrosia heteractis ตามริมเขาที่ชื้น และร่มครึ้ม บางครั้งต้นไม้ล้มไกลออกไปจากริมทางก็ป่ายปีนกันขึ้นไป ก็พบพวก Crypsinus cruciformis, Elaphoglossum dumrongii, Elaphoglossum tonduzii่ บางช่วงที่พวกเราเดินผ่านป่าส่วนที่ค่อนโปร่งก็จะพบพวก Oleandra decurrens ขึ้นตามต้นไม้หรือโขดหิน เฟินชนิดนี้เหง้าจะไม่เลื้อยแนบไปกับพื้น แต่จะอาศัยรากที่ยาวยึดเกาะกับสิ่งใกล้ตัวไว้ ขับรถบ้าง เดินบ้าง ไปกันเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ผมลืมนึกถึงเฟินข้าหลวงไปเลยครับเพราะไม่เคยเห็นผ่านตาเลยถ้าไม่พบเกาะอยู่ที่ต้นไม้ริมทาง 2 ต้น ผิดกับป่าทางภายใต้ซึ่งมีให้เห็นกันมากมาย ระหว่างที่พวกเราเดินกันอยู่ในเส้นทางที่ผ่านป่าดงดิบ ขอย้ำเลยว่าเฟินที่เห็นกันตลอดทางคือ อ้ายหัวเป็ด บางต้นก็โผล่มาให้เห็นแต่ยอดไม่ไม่รู้ว่าโคนเหง้าอยู่ตรงไหน มองลงไปในเหวก็มืดครึ้ม ได้ยินแต่เสียงน้ำไหลโครมครามน่ากลัว เดินไปก็ต้องระวังทากกันไป เพราะะป่าชื้นแบบนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ ขนาดเดินอยู่บนถนนลาดยางยังคลานกระดืบๆ มุ่งมาตรงมีที่มีคนอยู่ ไม่กล้าหยุดถ่ายรูปมาให้ดูระแวงว่าตัวอื่นที่อยู่ใกล้จะโดนเข้าใส่ ข้างทางก็มีพวก Oleandra decurrens ขึ้นตามโขดหิน บางทีก็พบพวก Araiostegia imbricata มองดูเผินๆ คิดว่าเป็นเฟินผักชี แต่พอมองเห็นเหง้าสีเขียวมีเกล็ดสีทอง แล้วรากยาว ถึงรู้ว่าไม่ใช่อย่างที่คิด เดินกันไปเรื่อยๆ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายชุ่มฉ่ำ กิ่งไม้แห้งที่โดนลมพัดตกอยู่ข้างทางเราก็จะพบพวก Felt fern, Pyrrosia penangiana (Hook) Holt. ตามพิ้นดินใต้ร่มเงาไม้ มีพวกกูดแต้ม กูดทอง ใบใหญ่งดงามมากๆ นอกจากนี้ยังพบเห็นพวกกนกนารีอีกหลายชนิดที่ขั้นตามหน้าผาหินข้างทาง ในบางจุดเราก็พบฟิล์มมี่เฟินอยู่ตามต้นไม้ โขดหิน หรือตามที่น้ำไหลรินจากหน้าผาข้างทางด้วย ผมพยายามมองหาเฟินข้าหลวงซึ่งที่นี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยพบเห็นนัก จำได้ว่าผมขับรถมาทุกครั้งจะต้องพบกันทุกครั้งที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง มองเห็นทุกครั้งเหมือนกับขับรถผ่านบ้านเพื่อนต้องบีบแตรทักทายกัน เดินกันไกลพอสมควร แล้วก็เจอเพื่อนเก่าที่คุ้นตาจนได้ครับ ทุกครั้งที่ผ่านมาไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปไว้เพราะเป็นช่วงโค้งหักศอกขึ้นเขา งานนี้ใช้การเดินเลยได้ถ่ายรูปสมใจ เฟินข้าหลวงที่นี่เท่าที่ผมดูแล้วไม่เหมือนกับที่เราพบเห็นกันทั่วไปที่นี่ใบหนา ยาวเรียว สีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม

มันเป็นความรื่นรมย์กลางสายฝนจริงๆ ที่ได้ดูเฟินด้วยความเย็นฉ่ำทั้งกาย และใจ เราดูเฟินกันมาก็กินระยะทาง เกือบ 20 ก.ม. เห็นสมควรแก่เวลาที่จะต้องกลับกันซะที นี่ถ้าเตรียมข้าวปลาอาหารกันมาก็น่าจะดีจะได้ไม่ต้องรีบร้อนกันมาก.....เราบ่ายหน้ากลับบ้านกัน ระหว่างทางผ่านจุดชมวิวของเส้นทางลอยฟ้า ก็อดไม่ได้ที่จะต้องแวะพักกัน ป่าบริเวณที่ผมยืนอยู่เป็นป่าสน และป่าเต็งรังผสมกัน ผมชวนชาติไปดู Oleandra wallichii ที่ขึ้นอยู่ตามพื้นบริเวณนั้น ถ้าดูให้ดีก็จะพบเฟินโชนผีด้วย เงยหน้ามองไปบนต้นไม้ก็พบพวกกล้วยไม้ป่ามีเฟิน Crypsinus cruciformis, เฟินริ้นกุรัม, Oleandra decurrens ขึ้นแซมอยู่ด้วยกัน มองลึกลงไปในหุบเหวเป็นป่าดงดิบ ผมว่าในนั้นน่าจะมีเฟินอะไรเด็ดๆ อีกมากมาย แต่ก็จนใจที่จะลงไปดูกันได้ ......ท้องร้องเตือนว่าถึงเวลาอาหารกลางวัน เราเลยต้องรีบกลับกัน ระหว่างทางเราผ่านป่าดิบแล้งเฟินที่เฟินอยู่ข้างทางเป็นพวก ห่อข้าวย่าบา, เฟินกระปรอกเล็ก, Drynaria parishii เหง้าเลื้อยขึ้นสู่ยอดไม้ ใบอ่อนสีส้มสดสวยงามน่าชม.......ป่ายามหน้าผมเขียวขจีน่าชม น่าหลงไหล สำหรับการดูเฟินในป่าครั้งนี้มันอาจใช้เวลาไม่มากนัก เดินบนถนนแบบสบายๆ ไม่มีการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา แต่มันก็สร้างความอิ่มใจให้ให้กับคนที่หลงไหลในเฟินกับผมได้ไม่น้อย .........แล้วพบกันใหม่ครับ

 
 

กลับหน้า 1

--------------------------------------------------------------------------------------------------